วันอังคารที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555

ครูในดวงใจ


ครูในดวงใจ
๑๖ มกราคม “ร่วมรำลึกถึงพระคุณของครู..ผู้ให้แสงสว่างแก่เด็ก”

แม้ว่าปัจจุบันนี้เทคโนโลยีจะก้าวไกล มีสื่อการเรียนการสอนที่ไร้พรมแดน เด็กสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆ ได้จากอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสิ่งที่เด็กรับรู้จากเทคโนโลยีสมัยใหม่จะถูกเสมอไป เพราะในโลกของการสื่อสารยังมีสื่อที่ไม่สร้างสรรค์อีกเป็นจำนวนมากที่เด็กไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีและไม่ดี

ครู จึงถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทและมีความสำคัญมากที่สุดในกระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่เด็ก ให้สามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งใดดีและไม่ดี ตลอดจนให้ความรู้และคอยอบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์เติบโตขึ้นเป็นคนดีของสังคม คงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่อยากฝากลูกไว้กับครูที่ดี เก่ง และไว้ใจได้

เพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและให้ความสำคัญกับครู ในฐานะบุคคลที่สร้างอนาคตของชาติ รัฐบาลจึงได้ประกาศให้วันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปี เป็น วันครู และจัดให้มีขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๐ สืบเนื่องจากการประกาศพระราชบัญญัติครูในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๘ ที่ระบุให้มีสภาในกระทรวงศึกษาธิการที่เรียกว่า คุรุสภา เป็นนิติบุคคล โดยให้ครูทุกคนเป็นสมาชิกคุรุสภา มีหน้าที่ในเรื่องของสถาบันวิชาชีพครู การออกข้อบังคับหน้าที่ วินัย และจรรยาบรรณของครู รวมถึงการรักษาผลประโยชน์ และส่งเสริมฐานะให้ได้รับความช่วยเหลือตามสมควร ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการกำหนดนโยบายทางการศึกษาและวิชาการศึกษาให้แก่กระทรวงศึกษาธิการอีกด้วย

 ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๙ ได้มีการประชุมสามัญคุรุสภาประจำปี โดยมีจอมพล ป. พิบูลสงคราม ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น และยังได้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการอำนวยการคุรุสภากิตติมศักดิ์ ได้กล่าวคำปราศรัยต่อที่ประชุมครูทั่วประเทศ โดยมีข้อความตอนหนึ่งที่น่าสนใจว่า “เนื่องจากครูเป็นผู้มีบุญคุณ เป็นผู้ให้แสงสว่างในชีวิตของเราทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าวันครูควรมีสักวันหนึ่งสำหรับให้บรรดาลูกศิษย์ทั้งหลายได้แสดงความเคารพสักการะต่อบรรดาครูผู้มีพระคุณทั้งหลาย เพราะเหตุว่า สำหรับคนทั่วไปถ้า วันตรุษ วันสงกรานต์ เราก็นำเอาอัฐิของผู้มีพระคุณบังเกิดเกล้ามาทำบุญ คนที่สองรองลงไปก็คือครูผู้เสียสละทั้งหลาย ข้าพเจ้าคิดว่าในโอกาสนี้จะขอฝากที่ประชุมไว้ด้วย ลงปรึกษาหารือกันในหลักการ ทุกคนคงจะไม่ขัดข้อง”

 จากแนวคิดประกอบกับความเห็นของครูที่แสดงออกกับสื่อมวลชนที่เรียกร้องให้มีวันครู เพื่อเป็นการรำลึกถึงความสำคัญของครูในฐานะที่เป็นผู้เสียสละ ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน จึงได้มีการพิจารณาเรื่องนี้ และได้มีมติเห็นชอบให้มีวันครู เพื่อจะได้ประกอบพิธีระลึกถึงคุณบูรพาจารย์ ตลอดจนการส่งเสริมสามัคคีธรรมระหว่างครู และเพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างครูกับประชาชน คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ ให้วันที่ ๑๖ มกราคม ของทุกปีเป็น วันครู โดยให้กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งให้นักเรียนและครูได้หยุดในวันดังกล่าว

นอกจากนี้ยังได้กำหนด จรรยามารยาทและวินัยตามระเบียบประเพณีของครู ดังนี้

๑. เลื่อมใสการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ

๒. ยึดมั่นในศาสนาที่ตนนับถือ ไม่ลบหลู่ดูหมิ่นศาสนาอื่น

๓. ตั้งใจสั่งสอนศิษย์และปฏิบัติหน้าที่ของตน ให้เกิดผลดีด้วยความเอาใจใส่ อุทิศเวลาของตน ให้แก่ศิษย์ จะละทิ้งหรือทอดทิ้งหน้าที่การงานไม่ได้

๔. รักษาชื่อเสียงของตนมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ห้ามประพฤติการใด ๆ อันอาจทำให้เสื่อมเสียเกียรติและชื่อเสียงของครู

๕. ถือปฏิบัติตามระเบียบและแบบธรรมเนียมอันดีงามของสถานศึกษา และปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ซึ่งสั่งในหน้าที่การงานโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบแบบแผนของสถานศึกษา

๖. ถ่ายทอดวิชาความรู้โดยไม่บิดเบือนและปิดบังอำพราง ไม่นำหรือยอมให้นำผลงานทางวิชาการของตนไปใช้ในทางทุจริตหรือเป็นภัยต่อมนุษย์ชาติ

๗. ให้เกียรติแก่ผู้อื่นทางวิชาการ โดยไม่นำผลงานของผู้ใดมาแอบอ้างเป็นผลงานของตน และไม่เบียดบังใช้แรงงานหรือนำผลงานของผู้อื่นไป เพื่อประโยชน์ส่วนตน

๘. ประพฤติตนอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ของตนด้วยความเที่ยงธรรมไม่แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเอง หรือผู้อื่นโดยมิชอบ

๙. สุภาพเรียบร้อยประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ รักษาความลับของศิษย์ ของผู้ร่วมงานและของสถานศึกษา

๑๐. รักษาความสามัคคีระหว่างครูและช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน

เห็นได้ว่า ครูเปรียบเสมือนแสงสว่างที่คอยนำทางให้เด็กได้ก้าวเดินไปในทางที่ถูกต้อง โดยการประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ พร้อมทั้งอบรมบ่มนิสัยให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีต่อไปในอนาคต เนื่องในวันครู ๑๖ มกราคม ที่จะถึงนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ขอเชิญชวนให้เด็ก เยาวชน หรือลูกศิษย์ทั้งหลายได้รำลึกถึงพระคุณของครู ด้วยการกลับไปเยี่ยมเยียนท่าน หรือส่งบัตรอวยพรให้แก่ท่าน พร้อมทั้งประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีต่อสังคม ให้เหมือนกับที่ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจอบรมสั่งสอนและให้ความรู้แก่เรา จนเราสามารถนำความรู้เหล่านั้นมาประกอบอาชีพที่สุจริตเลี้ยงตนเองและครอบครัวได้




วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555

วันเด็กแห่งชาติ2555

วันเด็กแห่งชาติ " 2555 "


ความหมาย


        ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ได้ให้ความหมายของคำว่า"เด็ก"ไว้คือ"เด็ก"หมายถึงคนที่มีอายุยังน้อยยังเล็กอ่อนวันเช่นเด็กชายคือ14 ปีบริบูรณ์และเด็กหญิงคือ 14 ปีบริบูรณ์ความจานีนยโสมา


        ให้เจริญก้าวหน้าและมั่นคงดังนั้น และใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยมีความขยันขันแข็งตลอดจนมีความเมตตากรุณาช่วยเหลือเอื้อเฟื้อผู้อื่นเสียสละเพื่อส่วนรวมดังนี้แล้ว
ความคิดในการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ นายวีเอ็มกุลกานี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนทั่วไปเห็นความสำคัญของเด็ก พ.ศ. 2498 และปฏฺบัติกันเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2506 ต่อมาเห็นว่าวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม แต่ในปี พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทันจึงได้จัดกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 2 ของเดือนมกราคมมาจนถึงบัดนี้ในการจัดงานวันเด็กแห่งชาตินั้น
ๆ ทั้งภาครัฐบาลและเอกชน เพื่อให้เด็กได้รู้ถึงความสำคัญของตนเองรู้ถึงความมีระเบียบวินัย ทุก ๆ ปีเมื่อถึงวันเด็กแห่งชาติ 


ประวัติวันเด็กแห่งชาติ

านวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก เมื่อวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคม พ.ศ. 2498 ตามคำเชิญชวนของ นายวี.เอ็ม. กุลกานี ผู้แทนองค์การสหพันธ์เพื่อสวัสดิภาพเด็กระหว่างประเทศแห่งสหประชาชาติ เพื่อให้ประชาชนเห็นความสำคัญและความต้องการของเด็ก และเพื่อกระตุ้นให้เด็กตระหนักถึงบทบาทอันสำคัญของตนในประเทศ โดยปลูกฝังให้เด็กมีส่วนร่วมในสังคม เตรียมพร้อมให้ตนเองเป็นกำลังของชาติ
รัฐบาลได้จัดให้มีคณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นมาคณะหนึ่ง ทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชน กำหนดให้มีการฉลองวันเด็กแห่งชาติทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค จุดประสงค์เพื่อให้เด็กทั่วประเทศทั้งในระบบโรงเรียนและนอกระบบโรงเรียน ได้รู้ถึงความสำคัญของตน เกี่ยวกับสิทธิ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ระเบียบวินัย ที่มีต่อตนเองและสังคม มีความยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
งานวันเด็กแห่งชาติจัดขึ้นทุกปีในวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมจนถึง พ.ศ. 2506 และใน พ.ศ. 2507 ไม่สามารถจัดงานวันเด็กได้ทัน จึงได้เริ่มจัดอีกครั้งในปี พ.ศ. 2508 โดยเปลี่ยนเป็นวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคม เนื่องจากเห็นว่าเป็นช่วงหมดฤดูฝนและเป็นวันหยุดราชการ จนถึงทุกวันนี้



            



วัตถุประสงค์ของการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ


  1. 1.เพื่อให้ประชาชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของเด็ก สนใจในการเลี้ยงดูอบรมสั่งสอนเด็ก และช่วยเหลือสงเคราะห์เด็กเป็นพิเศษ

  1. เพื่อให้เด็กและและเยาวชนยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
  2. เพื่อให้เด็กรู้จักหน้าที่ของตน และอยู่ในระเบียบวินัยอันดี
  3. เพื่อเผยแพร่ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก



    1. กิจกรรมวันเด็ก




    1. กิจกรรมต่าง ๆ ที่ปฏิบัติในวันเด็กแห่งชาติ  ล้วนมีจุดประสงค์ไปในทางเดียวกัน คือ เพื่อให้เด็กได้ตระหนักถึงคุณค่าบทบาท และความสำคัญของตนเอง โดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่จัดขึ้น ในโรงเรียน หมู่บ้าน หรือหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกถิ่นจะมีขนมมากมาย มีคำเชื้อเชิญเพราะ ๆ มีคำอวยพรให้เด็กๆ เป็นวันที่เด็ก ๆ มีสิทธิพิเศษ ถนนทุกสาย เปิดพื้นที่ให้เด็กๆ หรือร่วมกันทำกิจกรรม ในแต่ละชุมชนเพื่อเด็กๆ จัดบรรยากาศเพื่อเด็ก ๆ เพลงเด็ก ๆ ของขวัญเพื่อเด็ก ๆ ฯลฯ



    คำขวัญวันเด็ก ปี 2555


    “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี”



    1. เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2554 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบคำขวัญเนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2555 ว่า “สามัคคี มีความรู้ คู่ปัญญา คงรักษาความเป็นไทย ใส่ใจเทคโนโลยี” ส่วนงานวันเด็กแห่งชาตินั้น จะจัดขึ้นในสัปดาห์ที่ 2 ของเดือนมกราคม ทุกปี

วันอังคารที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2554

อาเซียน ( ASEAN )


อาเซียน(ASEAN)

ความเป็นมาของอาเซียน

อาเซียนหรือสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Assciation of Southeast Asian Nations หรือ ASEAN) ก่อตั้งขึ้นโดยปฏิญญากรุงเทพ(The Bangkok Declaration ) เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2510โดยมีสมาชิกผู้ก่อตั้ง 5 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออก-เฉียงใต้ ได้แก่ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ได้ลงนามใน       

            “ปฏิญญากรุงเทพฯ” (Bangkok Declaration) เพื่อจัดตั้งสมาคมความร่วมมือกันในการเพิ่มอัตราการเจริญเติบโต ทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสังคม การพัฒนาวัฒนธรรมในกลุ่มประเทศสมาชิก และการธำรงรักษาสันติภาพและความมั่นคง ในพื้นที่และเป็นการเปิดโอกาสให้คลายข้อพิพาทระหว่างประเทศสมาชิกอย่างสันติของระดับภูมิภาคของประเทศต่างๆ ในเอเชีย ในเวลาต่อมาได้มี บูรไนดารุสซาราม  (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 8 มกราคม 2527)สาธารณรัฐสังคมคมนิยมเวียดนาม (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 28 กรกฎาคม 2538) สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) สหภาพพม่า (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 23 กรกฎาคม 2540) ราชอาณาจักรกัมพูชา (เข้าเป็นสมาชิกตั้งแต่ 30 เมษายน 2542) ตามลำดับทำให้อาเซียนมีสมาชิกครบ 10ประเทศ   


จุดประสงค์ของการจัดตั้ง

วัตถุประสงค์ที่สำคัญในการจัดตั้งอาเซียน เพื่อส่งเสริมความร่วมมือและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงส่วนภูมิภาค เสริมสร้างความร่วมมืออาเซียนกับประเทศภายนอก องค์การ ความร่วมมือแห่งภูมิภาคอื่นๆ และองค์การระหว่างประเทศ วัตถุประสงค์ของการจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาในโรงเรียน เพื่อเตรียมประชากรให้พร้อมกับการเป็นสมาคมอาเซียน โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีเป้าหมายในการให้เยาวชนไทยทราบข้อมูลเกี่ยวกับอาเซียนก่อนการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558 ซึ่งมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาราชการใช้ติดต่อในประชาคมอาเซียนรวมถึงภาษาของประเทศต่างๆในอาเซียนอีก 9 ประเทศ การจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาจึงจะช่วยในการอำนวยความสะดวกแก่ท้องถิ่นในการสร้างความตระหนักในเรื่องการเป็นประชาคมอาเซียน

ประเทศสมาชิก


   
ราชอาณาจักรไทย  Thailand


    •    ปกครองในระบอบประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
    •    ประกอบด้วยประชาชนเชื้อสายไทยกว่า 80% ชาวจีน 10% ชาวมาเลย์อีก 3% นอกจากนั้นยังมีชาวเขาเผ่าต่าง ๆ
    •    ความเป็นมิตรและการรับรองแขกผู้มาเยือน จนได้รับสมญานามว่าเป็น "สยามเมืองยิ้ม"
    •    เป็นประเทศเดียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เคยตกเป็นเมืองขึ้นของมหาอำนาจจากยุโรป

ข้อมูลทั่วไป 
พื้นที่               514,000 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง        กรุงเทพมหานคร
ประชากร          ประมาณ 65 ล้านคน

ภาษาราชการ       ภาษาไทย
ศาสนา               พุทธ (95%) อิสลาม คริสต์ ฯลฯ (5%)
พระมหากษัตริย์                        พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหา ภูมิพลอดุลยเดช ฯ
นายกรัฐมนตรี                           ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
รมว.กต.                                  กษิต ภิรมย์
วันชาติ                                    5 ธันวาคม

ข้อมูลเศรษฐกิจ 
GDP                           559.5 พันล้าน USD
GDP Per Capita            8,000 USD
Real GDP Growth         ร้อยละ 4.7
ทรัพยากรสำคัญ            ดีบุก ก๊าซธรรมชาติ
อุตสาหกรรมหลัก           อุตสาหกรรมแปรรูปทางการเกษตร สิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์
สกุลเงิน                       บาท
อัตราเงินเฟ้อ                 ร้อยละ 5.5
สินค้านำเข้าที่สำคัญ        เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ก๊าซธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า
เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ         สินแร่โลหะ น้ำมันสำเร็จรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ยานพาหนะและอุปกรณ์
สินค้าส่งออกที่สำคัญ                        น้ำมันสำเร็จรูป แผงวงจรไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ยางพารา ผลิตภัณฑ์เม็ดพลาสติก เครื่อง
จักรกลและส่วนประกอบ           
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ         อาเซียน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป
ตลาดส่งออกที่สำคัญ        อาเซียน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป 



สาธารณรัฐอินโดนีเซีย (INDONESIA) 
    •  เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก
    •  ทรัพยากรธรรมชาติมาก (น้ำมัน ถ่านหิน ทองคำ สัตว์น้ำ)
    •  เป็นแหล่งประมงที่ใหญ่ที่สุดของไทย
    •  มีบทบาทสูงในกลุ่ม NAM และ OIC

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่              5,193,250 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง       กรุงจาการ์ตา (Jakarta)
ประชากร         245.5 ล้านคน
ภาษาราชการ   อินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)
ศาสนา           อิสลาม (88%) คริสต์ (8%) ฮินดู (2%) พุทธ (1%) ศาสนาอื่น ๆ (1%)
พื้นที่              5,193,250 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง       กรุงจาการ์ตา (Jakarta)
ประชากร         245.5 ล้านคน
ภาษาราชการ   อินโดนีเซีย (Bahasa Indonesia)
ศาสนา           อิสลาม (88%) คริสต์ (8%) ฮินดู (2%) พุทธ (1%) ศาสนาอื่น ๆ (1%)

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                          432.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
GDP Per Capita           1,946 ดอลลาร์สหรัฐ
Real GDP Growth        ร้อยละ 6.3
ทรัพยากรสำคัญ            น้ำมัน ถ่านหิน สัตว์น้ำ
อุตสาหกรรมหลัก           น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ สิ่งทอ เสื้อผ้า รองเท้า เหมืองแร่
สกุลเงิน                      รูเปียห์
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ       11.85
สินค้านำเข้าที่สำคัญ       น้ำมัน เหล็ก ท่อเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก สิ่งทอ เคมีภัณฑ์
สินค้าส่งออกที่สำคัญ     ก๊าซธรรมชาติ แร่ธาตุ ถ่านหิน ผลิตภัณฑ์จากไม้ สิ่งทอ
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ       สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน สหรัฐฯ
ตลาดส่งออกที่สำคัญ EU ญี่ปุ่น สหรัฐฯ จีน สิงคโปร์

สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ (REPUBLIC OF THE PHILIPPINES)
    •   ผลักดันความร่วมมือในด้านการค้า พลังงาน ความมั่นคง
    •   ประสบปัญหาเสถียรภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
    •   เป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดของไทยมาเป็นเวลานานและมีมุมมองยุทธศาสตร์ร่วมกันในหลายด้าน
    •   ประสบปัญหาจากขบวนการมุสลิมแบ่งแยกดินแดนภาคใต้

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที                    298,170 ตร. กม.
เมืองหลวง             กรุงมะนิลา
ประชากร               91 ล้านคน
ภาษาราชการ         Filipino และอังกฤษ
ศาสนา                 โรมันคาทอลิก (83%) โปรเตสแตนท์ (9%)
ประธานาธิบดี             นางกลอเรีย แมคคาปากอล อาร์โรโย
(Ms.Gloria Macapagal Arroyo)
วันชาติ                  12 มิถุนายน
รอง ปธน.                    นายโนลี เดอ คาสโตร  (Mr,Noli de Castro)
รมว. กต.                     นายอัลเบอร์โต โรมูโล  (Mr.Alberto Romulo)
วันสถาปนา คสพ. ทางการทูตกับไทย 14 มิถุนายน 2492

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                    142.3 พันล้าน USD
GDP Per Capita           1,563.73 USD
Real GDP Growth       ร้อยละ 4.4-4.9
ทรัพยากรสำคัญ      สินแร่โลหะ ก๊าซธรรมชาติ ทองแดงและทองคำ
อุตสาหกรรมหลัก     เสื้อผ้า ยา เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ไม้ และอาหารแปรรูป
สกุลเงิน                      เปโซ
อัตราเงินเฟ้อ                ร้อยละ 9-11
สินค้านำเข้าที่สำคัญ       ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส น้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องจักรกล  เหล็ก ยานพาหนะ และพลาสติก
สินค้าส่งออกที่สำคัญ      ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกลเสื้อผ้าสำเร็จรูป และยานพาหนะ
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ       สหรัฐ ญี่ปุ่น จีน เนเธอร์แลนด์ ฮ่องกง สิงคโปร์
ตลาดส่งออกที่สำคัญ     สหรัฐ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน เกาหลีใต้

มาเลเซีย (MALAYSIA)

     • มุ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วภายใน ค.ศ. 2020 (Vision 2020) และมีแผนพัฒนาต่อเนื่อง (Mission 2057) เป็นแนวทางพัฒนาประเทศจนถึง ค.ศ. 2057
     • มีบทบาทสำคัญในองค์การการประชุมอิสลาม (OIC)
     • ต้องการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจการค้าของ OIC ภายในปี ค.ศ. 2009 โดยใช้ศักยภาพด้านการบริหารธนาคารอิสลาม และอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล
     • ในปี ค.ศ. 2007 นักท่องเที่ยวมาเลเซียมาไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง และเป็น คู่ค้าสำคัญของไทยในอาเซียน

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่             329,758 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง      กรุงกัวลาลัมเปอร์
ประชากร        27.73 ล้านคน
ภาษาราชการ  มาเลย์
ศาสนา           อิสลาม (60%) พุทธ (19%) คริสต์ (12%)
วันชาติ           31 สิงหาคม
นายกรัฐมนตรี          ดาโต๊ะ ซรี อับดุลลาห์ อาหมัด บาดาวี
                            (Dato’ Seri Abdullah Ahmad Badawi)
รมว.กต.                 ดาโต๊ะ ซรี อูตามา ดร. ราอิส ยาติม
                            (Datuk Seri Utama Dr. Rais Yatim)
รมช.กต.                ดาโต๊ะ อับดุล ราฮิม บาครี          
                            (Datuk Abdul Rahim Bakri)
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 31 สิงหาคม ค.ศ. 1957

ข้อมูลเศรษฐกิจ
สกุลเงิน                       ริงกิต
GDP                           53.55 พันล้าน USD
GDP Per Capita            1,931.2 USD
Real GDP Growth         ร้อยละ 6.3
ทรัพยากรสำคัญ            ยางพารา น้ำมันปาล์ม น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ ไม้สัก
อุตสาหกรรมหลัก           อิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร
อัตราเงินเฟ้อ                 ร้อยละ 6.0
สินค้านำเข้าที่สำคัญ       ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรอุตสาหกรรม สินค้าแปรรูป สินค้าอาหาร
สินค้าส่งออกที่สำคัญ      อุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว ปิโตรเลียม เฟอร์นิเจอร์ ยาง น้ำมันปาล์ม
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ         ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา ไต้หวัน ไทย
ตลาดส่งออกที่สำคัญ        สหรัฐอเมริกา สิงคโปร์ ญี่ปุ่น จีน ไทย ฮ่องกง

ตลาดส่งออกที่สำคัญ        อาเซียน ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา ยุโรป 

สาธารณรัฐสิงคโปร์ (REPUBLIC OF SINGAPORE ) 
    • มีความมั่นคงด้านการเมืองภายในทำให้มีความต่อเนื่องของนโยบายในด้านต่าง ๆ และมีนโยบายการทูตเชิงรุก เป็นผู้นำของอาเซียนประเทศหนึ่ง
    • เป็นศูนย์กลางธุรกิจด้านการค้าและบริการ โทรคมนาคม การเงินและเทคโนโลยีสารสนเทศ (ธุรกิจที่ไม่ต้องอาศัยพื้นที่หรือทรัพยากรธรรมชาติ) โดยมีการพัฒนา ระบบโครงสร้างพื้นฐานและการโทรคมนาคมที่ทันสมัย
    • เป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนยุทธศาสตร์กับไทยในการเข้าถึงและขยายโอกาการค้าและการลงทุน
    • มีระบบการศึกษาและการแพทย์ที่ดีในเอเชีย มีการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่ดีและต่อเนื่อง
    • มีรัฐบาลที่สะอาด มีการฉ้อราษฎรบังหลวงน้อย

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่                 699.4 ตร. กม.
เมืองหลวง        สิงคโปร์
ประชากร        4.6 ล้านคน
ภาษาราชการ    อังกฤษ จีนกลาง มลายู และทมิฬ
ศาสนา              พุทธ (42.5%) อิสลาม (14.9%) คริสต์ (14.6%) ฮินดู (4%) ไม่นับถือศาสนา (25%)
ประธานาธิบดี             นายเอส อาร์ นาธาน
นายกรัฐมนตรี             นายลี เซียน ลุง
รมว. กต.                     นายจอร์จ เยียว
วันชาติ               9 สิงหาคม
วันสถาปนา คสพ. ทางการทูตกับไทย 20 กันยายน 2508

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                    147,542 ล้าน USD
GDP Per Capita           32,074 USD
Real GDP Growth       ร้อยละ 7.7
ทรัพยากรสำคัญ          ทรัพยากรมนุษย์ เทคโนโลยี
อุตสาหกรรมหลัก       การผลิต การก่อสร้าง การคมนาคมขนส่ง และโทรคมนาคม การเงิน และการธนาคาร และการบริการอื่นๆ
สกุลเงิน                       ดอลลาร์สิงคโปร
อัตราเงินเฟ้อ                ร้อยละ 2.1
สินค้านำเข้าที่สำคัญ    เครื่องจักรกล ชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้าน้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์อาหาร
สินค้าส่งออกที่สำคัญ  เครื่องจักรกล เครื่องไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ เสื้อผ้า
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ    มาเลเซีย สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน ไต้หวัน ไทย ฮ่องกง จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และไทย
ตลาดส่งออกที่สำคัญ  มาเลเซีย สหรัฐฯ สหภาพยุโรป

บรูไน ดารุสซาลาม (BRUNEI DARUSSALAM) 
    • ตั้งอยู่บนเกาะบอร์เนียว
    • มีน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติ
    • มีความต้องการนำเข้าสินค้าเกษตรและแรงงาน
    • มีนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง และส่งเสริม Medical Tourism
    • เริ่มพิจารณาขยายการค้าการลงทุนในธุรกิจที่หลากหลาย ในภูมิภาคต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสสำหรับไทยในการเพิ่มการค้า การลงทุนกับบรูไน และร่วมกันเข้าไปลงทุนในประเทศที่สามมากขึ้น

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่             5,765 ตาราง กม.
เมืองหลวง      บันดาร์ เสรี เบกาวัน
ประชากร        381,371 คน
ภาษาราชการ   มาเลย์ (Malay)
ศาสนา           อิสลาม (67%) พุทธ (13%)
                    คริสต์ (10%) และฮินดู
ประมุข/นรม./รมว.กห./กค.
H.M. Sultan Haji Hassanal Bolkiah Mu’izzaddin Waddaulah
รมว. กต.                        H.R.H. Prince Muda Haji Mohamed Bolkiah
วันชาติ                                    23 กุมภาพันธ์
วันสถาปนา คสพ. ทางการทูตกับไทย 1 มกราคม พ.ศ.2527

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                         13.54 พันล้าน USD
GDP per capita          35,496 USD
GDP Growth ร้อยละ    1.6
อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ     0.3
สินค้าส่งออกที่สำคัญ    น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ
สินค้านำเข้าที่สำคัญ     เครื่องจักรอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า
สินค้าเกษตร อาทิ        ข้าวและผลไม้
สกุลเงิน                   ดอลลาร์บรูไน
ทรัพยากรสำคัญ         น้ำมันดิบ และก๊าซธรรมชาติ
อุตสาหกรรมหลัก                   น้ำมัน อาหาร (สินค้าเกษตรและประมง)  และเสื้อผ้า
ตลาดส่งออกที่สำคัญ              ญี่ปุ่น อาเซียน เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ   อาเซียน สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น

สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม 
(THE SOCIALIST REPUBLIC OF VIETNAM) 
    • เป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และมีบทบาทสำคัญด้านความมั่นคงในภูมิภาค
    • เป็นตลาดใหม่ในภูมิภาคอินโดจีน การบริโภคในประเทศขยายตัวต่อเนื่องศักยภาพการผลิตสูง แรงงานในประเทศมีคุณภาพ และยังคงมีค่าจ้างแรงงานต่ำ
    • ถูกจับตามองว่าจะเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วงต้นปี 2551 เศรษฐกิจเวียดนามขยายตัวไม่สมดุล อัตราเงินเฟ้อสูงมาก
    • ตั้งเป้าหมายเป็นประเทศอุตสาหกรรมภายในปี 2566

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่             331,690 ตร.กม.
เมืองหลวง      กรุงฮานอย
ประชากร                    87 ล้านคน
ภาษาราชการ  เวียดนาม
ศาสนา          พุทธ (มหายาน)
ประธานาธิบดี               นายเหวียน มินห์ เจี๊ยต (Nguyen Minh Triet)
เลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์   นายหน่ง ดึ๊ก หมั่น (Nong Duc Manh)
นายกรัฐมนตรี               นายเหวียน เติน ซุง (Nguyen Tan Dung)
รัฐมนตรีต่างประเทศ    นายฝ่าม ซา เคียม (Pham Gia Khiem)
วันชาติ                          2 กันยายน
วันสถาปนา คสพ. ทางการทูตกับไทย 6 สิงหาคม 2519

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                          73.5 พันล้าน USD
GDP Per Capita           835 USD
Real GDP Growth        ร้อยละ 6.52
ทรัพยากรสำคัญ            น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แร่บ๊อกไซต์
อุตสาหกรรมหลัก          อาหาร สิ่งทอ รองเท้า เหมืองแร่ ปูนซีเมนต์
สกุลเงิน                      ด่ง
อัตราเงินเฟ้อ                ร้อยละ 22.14
สินค้านำเข้าที่สำคัญ    วัตถุดิบ วัสดุสิ่งทอ เครื่องหนัง เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
สินค้าส่งออกที่สำคัญ   น้ำมันดิบ เสื้อผ้า และสิ่งทอ อาหารทะเล ยางพารา ข้าว กาแฟ รองเท้า
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ    สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ จีน
ตลาดส่งออกที่สำคัญ   ญี่ปุ่น สหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป


สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 
(LAO PEOPLE’S DEMOCRATIC RREPUBLIC)

    • เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกับไทยทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม มีเขตแดนติดต่อกับไทยทั้งทางบกและทางน้ำ ถึง 1,810 กิโลเมตร พัฒนาการต่าง ๆ ในลาว จึงส่งผลกระทบต่อไทยและการกำหนดนโยบายของไทยต่อภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    • สามารถเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบ แหล่งพลังงานสำรอง และแหล่งลงทุนของไทย เพื่อการผลิตสินค้าส่งออกไปยังประเทศที่สามที่ให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่ลาว
    • เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล แต่สามารถเป็นจุดเชื่อมต่อ (land bridge หรือ land link) ด้านการคมนาคมขนส่งและการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศที่สาม ในอนุภูมิภาค

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่              236,800 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง       นครหลวงเวียงจันทน์
ประชากร         ประมาณ 6 ล้านคน
ภาษาราชการ   ภาษาลาว
ศาสนา           พุทธ (75%) นับถือผี (16-17%)
วันชาติ           2 ธันวาคม
ประธานประเทศ         พลโทจูมมะลี ไชยะสอน
(Choummaly SAYASONE)
นายกรัฐมนตรี             นายบัวสอน บุบผาวัน
(Bouasone BOUPHAVANH)
รอง นรม./รมว.กต.      นายทองลุน สีสุลิด
(Thongloun SISOULITH)
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                         3.94 พันล้าน USD
GDP Per Capita          678 USD
Real GDP Growth       ร้อยละ 7.6
สกุลเงิน                     กีบ
อัตราเงินเฟ้อ               ร้อยละ 4.4
ทรัพยากรสำคัญ           ไม้ ข้าว ข้าวโพด เหล็ก ถ่านหิน ทองคำ แหล่งน้ำผลิตไฟฟ้า
อุตสาหกรรมหลัก         โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องนุ่งห่ม
สินค้านำเข้าที่สำคัญ      รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่ออุปโภคบริโภค
สินค้าส่งออกที่สำคัญ    ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน เสื้อผ้าสำเร็จรูป
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ     ไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี
ตลาดส่งออกที่สำคัญ    ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์ 

สหภาพพม่า (UNION OF MYANMMAR) 
    • เป็นประเทศเพื่อนบ้านที่มีความใกล้ชิดกับไทยทั้งในเชิงประวัติศาสตร์ ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ เชื้อชาติ ศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม มีเขตแดนติดต่อกับไทยทั้งทางบกและทางน้ำ ถึง 1,810 กิโลเมตร พัฒนาการต่าง ๆ ในลาว จึงส่งผลกระทบต่อไทยและการกำหนดนโยบายของไทยต่อภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
    • สามารถเป็นแหล่งป้อนวัตถุดิบ แหล่งพลังงานสำรอง และแหล่งลงทุนของไทย เพื่อการผลิตสินค้าส่งออกไปยังประเทศที่สามที่ให้สิทธิพิเศษทางการค้าแก่ลาว
    • เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกทางทะเล แต่สามารถเป็นจุดเชื่อมต่อ (land bridge หรือ land link) ด้านการคมนาคมขนส่งและการส่งออกสินค้าของไทยไปยังประเทศที่สาม ในอนุภูมิภาค

ข้อมูลทั่วไป
พื้นที่              236,800 ตารางกิโลเมตร
เมืองหลวง       นครหลวงเวียงจันทน์
ประชากร         ประมาณ 6 ล้านคน
ภาษาราชการ   ภาษาลาว
ศาสนา           พุทธ (75%) นับถือผี (16-17%)
วันชาติ           2 ธันวาคม
ประธานประเทศ         พลโทจูมมะลี ไชยะสอน
(Choummaly SAYASONE)
นายกรัฐมนตรี             นายบัวสอน บุบผาวัน
(Bouasone BOUPHAVANH)
รอง นรม./รมว.กต.      นายทองลุน สีสุลิด
(Thongloun SISOULITH)
วันสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย 19 ธันวาคม 2493

ข้อมูลเศรษฐกิจ
GDP                         3.94 พันล้าน USD
GDP Per Capita          678 USD
Real GDP Growth       ร้อยละ 7.6
สกุลเงิน                     กีบ
อัตราเงินเฟ้อ               ร้อยละ 4.4
ทรัพยากรสำคัญ           ไม้ ข้าว ข้าวโพด เหล็ก ถ่านหิน ทองคำ แหล่งน้ำผลิตไฟฟ้า
อุตสาหกรรมหลัก         โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังน้ำ ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ เครื่องนุ่งห่ม
สินค้านำเข้าที่สำคัญ      รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่ออุปโภคบริโภค
สินค้าส่งออกที่สำคัญ    ไม้ซุง ไม้แปรรูป ผลิตภัณฑ์ไม้ สินแร่ เศษโลหะ ถ่านหิน เสื้อผ้าสำเร็จรูป
ตลาดนำเข้าที่สำคัญ     ไทย จีน เวียดนาม สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย เยอรมนี
ตลาดส่งออกที่สำคัญ    ไทย เวียดนาม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เนเธอร์แลนด์